4 ผลร้ายที่ไม่คาดคิด หลังทำศัลยกรรมจมูก

ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านศัลยกรรมได้พัฒนาขึ้นมาก รวมถึงมีการคิดเทคนิคต่าง ๆ เพื่อทำให้การศัลยกรรมมีความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้จมูกที่ทำให้ออกมามีรูปที่สวยงามขึ้น แต่ยังไงก็ตาม เมื่อทำศัลยกรรมเสร็จแล้ว ก็ต้องเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ วันนี้เราลองมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังทำศัลยกรรมเสร็จแล้ว

  1. แผลหายช้า เกิดอาการบวมช้ำ การทำศัลยกรรมจมูกนั้นหลังจากทำเสร็จแล้ว ในช่วงอาทิตย์แรกนั้น เป็นช่วงที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะแผลยังไม่หายดี อาจทำให้การติดเชื้อและอาการแทรกแซงอย่างอื่นเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันแรก ต้องดูแลเรื่องความสะอาด อย่าให้แผลได้รับการกระทบกระเทือน หลังจาก 1 อาทิตย์ จมูกจะเริ่มยุบตัวลง แต่ก็มีผู้บางรายที่หลังจากผ่านสัปดาห์แรกไปแล้ว ยังมีอาการอับ  เสบบวมช้ำของจมูกก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายซักที แถมยังมีอาการช้ำมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก หากมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าแผลมีการติดเชื้อขึ้นแล้ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาโดยด่วน
  2. จมูกทะลุ นอกจากแผลเกิดการติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแล้ว ปัญหายังไม่ได้อยู่เพียงแค่นั้น เพราะอาจทำให้เกิดการลุกลามจนทำให้จมูกทะลุได้ สาเหตุเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาซิลิโคนที่ไม่พอดีกับรูปจมูก ทำให้เกิดอาการบวมช้ำ ในบริเวณที่ใส่ซิลิโคนลงไป เฉพาะแผลที่อยู่ด้านในจมูก รวมไปถึงส่วนปลายของจมูกที่อาจทำให้ซิลิโคนทะลุออกมาได้ หากเนื้อบริเวณปลายจมูกมีน้อย
  3. จมูกเกิดการเบี้ยวเอียง กว่าจะที่จะจมูกจะสวยเข้ารูป จำเป็นต้องมีการดูแลอย่างระมัดระวัง เพราะกว่าที่ซิลิโคนจะกลายเป็นเนื้อเดียวกับจมูกต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือนทีเดียว ดังนั้นการผ่าตัดด้วยการเสริมซิลิโคนนั้น อาจทำให้จมูกผิดรูป เกิดการเบี้ยวเอียงได้ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การทานของแสลง การได้รับการกระทบกระเทือนจากภายนอก หรือแม้แต่การไอจาม ก็ล้วนแต่ก่อให้เกิดปัญหาเหล่านี้ได้ หากจมูกเสียรูปจำเป็นต้องรีบทำการแก้ไขโดยด่วน
  4. มีเลือดไหลในรูจมูก หลังจากการผ่าตัดจมูกเสร็จแล้ว นอกจากจะมีอาการบวมช้ำแล้ว บางครั้งการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณซิลิโคนทำให้เกิดการอักเสบ เป็นหนอง สำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบขึ้นบริเวณจมูก จะทำให้เกิดปัญหาลุกลามมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก การดูแลรักษาความสะอาดและทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

การทำศัลยกรรมผ่าตัดจมูกนั้นช่วยเสริมความงามให้กับใบหน้า ทำให้จมูกได้รูปสวยงามตามที่ต้องการได้ แต่ยังไงก็ตาม หลังจากทำเสร็จแล้วก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับผลข้างเคียง ที่อาจเกิดขึ้นได้ เอาไว้ด้วย

5 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมหน้าผาก

การทำศัลยกรรม เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสวยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการทำศัลยกรรมจึงกลายเป็นเรื่องปกติของคนในยุคนี้ ซึ่งสามารถแก้ไขความบกพร่องของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็น ตา จมูก ใบหน้า แต่การทำศัลยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างหนึ่ง คือการทำศัลยกรรมหน้าผาก วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการทำหน้าผากที่ควรรู้มาฝากกัน

  1. ศึกษารายละเอียด ก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมทุกครั้ง ต้องมีการศึกษาหาข้อมูลก่อนทุกครั้ง โดยการเข้าไปปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ทุกต้อง ในการประกอบการตัดสินใจ อีกทั้งการเลือกรูปแบบการทำศัลยกรรมหน้าผากให้เหมาะกับรูปหน้าของเราให้มากที่สุด และต้องมีการเตรียมตัว มีค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไรบ้าง
  2. ผู้ที่ควรทำศัลยกรรมหน้าผาก การทำศัลยกรรมหน้าผากนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าผากแบน ทำศัลยกรรมนี้จะช่วยปรับหน้าผากให้ดูมีมิติสวยงามมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ที่มีปัญหาเรื่องผิวหนังเหี่ยวย่นบนหน้าผาก จะทำใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้
  3. รูปแบบการทำศัลยกรรมหน้าผาก มี 3 วิธี
  • การเสริมหน้าผากด้วยการฉีดไขมัน เป็นการนำไขมันในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ไขมันหน้าท้อง ไขมันจากต้นแขน ต้นขา มาแยกเซลล์ไขมันออก แล้วจึงนำมาฉีดเข้าไปในบริเวณหน้าผาก เป็นวิธีการที่มีความปลอดภัย ไม่มีรอยแผลเป็น และยังดูเป็นธรรมชาติ แต่ผลจะสามารถคงอยู่ได้เพียง 1 ปีเท่านั้น
  • การผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคน ที่มีขนาดเหมาะสมกับรูปหน้า จะช่วยปรับให้ใบหน้าได้รูปสวยงามมากขึ้น และยังมีอยู่ได้นานกว่าการฉีดไขมัน
  • การเสริมหน้าผากด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณหน้าผาก วิธีนี้จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่อง ช่วยแก้ไขเรื่องปัญหาริ้วรอยบนหน้าผากได้เป็นอย่างดี
  1. ศัลยกรรมหน้าผากเสริมโหงวเฮ้ง โดยปกติแล้วสำหรับผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องโหงวเฮ้ง จะนิยมในการทำหน้าผากโหนกนูน เพราะเชื่อว่าจะนำความโชคดี มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต แต่ควรศัลยกรรมให้หน้าผากมีความโค้งนูนให้พอดี ให้เหมาะสมกับจมูกและใบหน้าของเราด้วย
  2. เตรียมตัวก่อนการผ่าตัด ก่อนทำการผ่าตัด จะต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียดเสียก่อน ก่อนการทำการศัลยกรรม 1 – 3 วัน จะต้องงดเว้นยาประเภทแอสไพริน และวิตามินอี เพราะสารเหล่านี้จะมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

การทำศัลยกรรมหน้าผากได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะความเชื่อในด้านโหงวเฮ้ง จึงทำให้การผ่าตัดหน้าผากโหนกนูนจะเพิ่มความโชคดี นอกจากนั้นการทำศัลยกรรมหน้าผาก ยังช่วยทำให้ใบหน้าดูมีมิติ แก้ปัญหาริ้วรอยบนหน้าผาก ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย